สถานที่ท่องเที่ยวระหว่างการเดินทางมา อำเภอวังน้ำเขียว
ทางหลวงหมายเลข 305 กรุงเทพฯ - ธัญบุรี - นครนายก - ประจันตคาม - วังน้ำเขียว
ระยะทางประมาณ 235 กม.


อุทยานพระพิฆเนศ มหาชน-แห่ขอพร พระพิฆเนศองค์ใหญ่ที่สุดในโลก

พระพิฆเนศ เป็นมหาเทพฮินดู เป็นโอรสของ พระศิวะ และ พระแม่อุมาเทวี มีผู้คนเคารพนับถือมาก ท่านเป็นเทพเจ้าแห่งความ สำเร็จ เป็นผู้ประทานโชคลาภและขจัดอุปสรรคต่างๆ ให้แก่มวลมนุษย์ที่เคารพนับถือ โดยไม่เลือกชนชั้นวรรณะ ย่อมเป็นที่ทราบกันในปัจจุบัน "พระพิฆเนศองค์ใหญ่ที่สุดในโลก" ประดิษฐานอยู่ที่อุทยานพระพิฆเนศ ในจังหวัดนครนายก ถนนเส้นน้ำตกสาริกาเลยตัวจังหวัดขึ้นมาเพียง 6 กิโลเมตร ถึงแยกไฟแดงแรกเลี้ยวซ้ายเข้าไปเพียง 200 เมตร อยู่ซ้ายมือมีที่จอดรถได้เป็นพันคัน ทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ หรือว่าวันหยุดนักขัตฤกษ์ จะมีประชาชนทั่วสารทิศเดินทางไปกราบบูชาขอพรกันอย่างเนืองแน่น จนอุทยานพระพิฆเนศที่กว้างขวางดูคับแคบไปถนัดตา ที่จะขาดไม่ได้ก็คือการบูชาวัตถุมงคลรูปแบบองค์พระพิฆเนศ ที่มีให้เลือกบูชามากมายหลายแบบ มีให้บูชาทั้งขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ และขนาดห้อยคอ ตามความเหมาะสม

 
     
พระพิฆเนศมหาเทพองค์นี้มีขนาดใหญ่มากหน้าตักกว้างถึง 9 เมตร จัดสร้างด้วยบารมีของ "พระราชพิพัฒน์โกศล หรือหลวงพ่อเณร" เจ้าอาวาสวัดศรีสุดาราม บางขุนนนท์ กรุงเทพฯ พร้อมกันนี้ยังมีอาคารพิพิธภัณฑ์ที่ประดิษฐานพระพิฆเนศปางต่างๆ ให้ได้ชมอีก 108 ปาง ที่ครบสมบูรณ์แห่งหนึ่งของประเทศไทย เพื่อให้สถานที่แห่งนี้เป็นศูนย์รวมของประชาชนทั่วไปที่มีใจรักและศรัทธาต่อ องค์พระพิฆเนศได้ไปสักการบูชากัน ตามแต่ใจปรารถนาตามกำลังศรัทธาของแต่ละคน หรือจะไปกันเป็นหมู่เป็นคณะก็ได้ ดอกไม้ธูปเทียนมีไว้บริการพร้อม สอบถามรายละเอียดวัตถุมงคลและการเดินทางได้ที่โทร.08-1906-6974 อุทยานพระพิฆเนศ อยู่ที่หมู่ 11 ถนนนครนายก-น้ำตกสาริกา (สี่แยกประชาเกษม) ต.สาริกา อ.เมือง จ.นครนายก
 
 
     

ประวัติของวัดหลวงพ่อปากแดง

วัดพราหม์มณี ถือเป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่งใน จ.นครนายก ตั้งอยู่ที่ถนนสาริกา-นางรอง หลักกิโลเมตรที่ 4 ต.สาริกา อ.เมือง จ.นครนายก วัดแห่งนี้ สร้างขึ้นในสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เมื่อปี พ.ศ.2446 ปัจจุบันนี้มีอายุ 100 กว่าปีแล้ว

วัดพราหม์มณี มีพระประธานศักดิ์สิทธิ์ ที่เป็นที่เคารพนับถือกันอย่างกว้างขวาง มีชื่อว่า "หลวงพ่อปากแดง" เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ สร้างด้วยโลหะสัมฤทธิ์ หน้าตักกว้าง 49 นิ้ว สูง 1 เมตร เป็นศิลปะสมัยล้านช้าง จีวรเป็นลายดอกพิกุล พระโอษฐ์แย้มทาสีแดงเห็นชัด ชาวบ้านจึงเรียกว่า "หลวงพ่อปากแดง" สิ่งที่เด่นสะดุดตา คือ ที่ปากของหลวงพ่อมีสีแดงสด เหมือนมีผู้นำลิปสติกไปทาไว้ ผู้เฒ่าผู้แก่ย่านนั้นยืนยัน ว่าเห็นปากท่านแดงแบบนี้ มาตั้งแต่เกิด แม้แต่ปู่ย่าตายายของผู้เฒ่าเหล่านี้ก็บอกว่าเห็นมาตั้งแต่เกิดเหมือนกันพระครูโสภณพรหมคุณ หรือ "หลวงพ่อตึ๋ง" เจ้าอาวาสวัดพราหมณี เล่าว่า ตำนานเชื่อกันหลวงพ่อปากแดง เป็นพระพุทธรูปพี่น้องกับหลวงพ่อพระสุก และหลวงพ่อพระใส ที่ประดิษฐานอยู่ที่ จ.หนองคาย ในปัจจุบัน ที่ได้อัญเชิญมาจากนครเวียงจันทน์ พอมาถึงประเทศไทย ชาวบ้านได้แยกย้ายไปตามวัดต่างๆ ส่วนหลวงพ่อปากแดงนั้น ถูกชาวบ้านอัญเชิญและนำมาหยุดยังพื้นที่ว่างบริเวณที่เป็นวัดพราหมณีปัจจุบันนี้


 
     
 
 
     

โรงพยาบาล เจ้าพระยาอภัยภูเบศร์ สมุนไพร และการแพทย์แผนไทย สู่มาตรฐานระดับโลก

เมื่อ คิดถึง โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภู เบศร์ มัก จะคิดถึง ยาดม ยาหม่อง และยาสมุนไพรต่าง ๆ ก่อน หน้านี้โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัย ภูเบศร์ เดิมใช้ชื่อว่าโรงพยาบาลปราจีนบุรี จัดเป็น 1 ใน 19 โรงพยาบาลประจำจังหวัด เปิดทำการเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2484 ทำการรักษาชาวบ้าน ทั่วไป ปี 2526 เภสัชกรหญิง ดร. สุภาภรณ์ ปิติพร ที่เข้าไปคลุกคลีกับชาวบ้าน เธอพบว่า ชาวบ้านมีความรู้เรื่องสมุนไพรมาก จึงทำให้เกิด Paradigm Shift จากการไปสอนเปลี่ยนเป็นการไปเรียน และ ได้มี การทดลองนำความรู้ที่ได้จากชาวบ้านมาผลิตสมุนไพรเสลดพังพอนตัว เมียหรือพญายอขึ้นเป็นยาที่ใช้ในโรงพยาบาล เมื่อ ความรู้ของแพทย์แผนไทยและปัจจุบันรวมกัน

 
 
นอกจากนี้อภัยภูเบศรยัง ได้จัดตั้งมูลนิธิฯขึ้นโดยแบ่งภาระกิจกรรมหลักของมูลนิธิฯ เป็น2ฝ่ายคือฝ่ายกิจกรรมของโรงพยาบาลและฝ่ายพัฒนาภูมิปัญญา ไทยโดยฝ่ายพัฒนาภูมิปัญญาไทยมีบทบาทหน้าที่ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ สมุนไพรซึ่งรวมการวิจัยและพัฒนาด้านโรงงานผลิตและด้านการ ตลาดโดยรายได้ร้อยละ70 มอบเป็นค่าใช้จ่ายให้กับโรงพยาบาลอีกร้อยละ30 นำมาพัฒนาสมุนไพรและทำประโยชน์ให้สังคม พร้อม กับแบ่งปันความรู้ให้ทุกคนที่ต้องการเข้ามาดูงานโดยไม่มีการปิด บังใด ๆ “อภัยภูเบศร์” ไม่ได้เน้นกำไรเป็นตัวตั้ง แต่ต้องการมอบ “ความรู้” ที่ถูกต้องในการใช้ยาสมุนไพรให้คนไทย และวันนี้ยอด ขายก็เติบโต 20% ตามเป้าหมายทุกปี ชาวบ้านทีอาศัยระแวกนั้นมีงานทำ และชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น นี่ แหล่ะ ทางเลือกให้กับผู้บริโภค ในการใช้ผลิตภัณฑ์ยา โดยไม่ต้องผูกขาดกับบริษัทในประเทศตะวันตกเพียงอย่างเดียว
 
 
     

แวะอร่อย บนเส้นทางนครนายก-ปราจีนบุรี ออกจากนครนายกเพียง 6 กิโลเมตร ท่านจะพบกับร้านประนอมขาหมูหม่านโถ หรือเลยไปอีก 1 กิโลเมตร ตรงข้ามวัดปทุมวงษาวาส(บ้านใหม่) ฉลวยโภชนา สุกี้ หมูสะเต๊ะ ทั้ง 2 ร้านยังมีอาหารอีกมากมาย

 
 
 
     

ทางหลวงหมายเลข 9,1 กรุงเทพฯ - วังน้อย - สระบุรี - มวกเหล็ก - เขาใหญ่ - วังน้ำเขียว
ระยะทางประมาณ 240 กม.


Palio Khao Yai


Palio Khao Yai จึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหมที่กำลังจะได้รับ ความ นิยมจากนักท่องเที่ยวในไม่ช้านี้ที่จะทำให้ นักท่องเที่ยวอย่างเราตื่นตาตื่นใจแห่งการช้อปปิ้งกับ อาณาจักรใหม่ เหมือนจำลองเมืองยุโรปขนาดย่อมมาไว้ที่นี่ เขาใหญ่ Palio Khao Yai ได้ออกแบบและก่อสร้างเป็นกลุ่มอาคารถนนคนเดินด้วยสถาปัตยกรรมแบบยุโรป

มีร้านเล็กๆเป็นแนวลดหลั่นเรียงกัน รอต้อนรับลูกค้า และผู้มาเยือนจากที่ต่างๆ ประมาณ 120 ร้านค้า โดยการจัดสรรพื้นที่บริการและขายสินค้าหลายประเภท เช่น ของแต่งบ้าน เสื้อผ้าแฟชั่น เครื่องประดับ งาน design ต่าง ๆ ร้านไวน์ Coffee Shop, Pub& Restaurant, Bakery ร้านเสริมสวย Spa ร้านขายยา ร้านขายหนังสือ ศูนย์อาหาร ร้าน IT ฯลฯ รวมทั้ง อีกหลากหลายพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจ ได้แก่ สวนหย่อม น้ำพุ ลานอเนกประสงค์ สำหรับจัดการแสดง หรือ ดนตรี หรือเปิดตัวสินค้าใหม่ ห้องแสดงสินค้าหรือนิทรรศการ และห้องพักบูติค แต่ละร้านจะได้รับการออกแบบ ให้มีสไตล์ และเอกลักษณ์ของตัวเอง แต่กลมกลืนไม่แปลกแยก ในภาพรวม ประกอบกับภูมิทัศน์ล้อมรอบ ที่ดำรง ความเป็นธรรมชาติของเขาใหญ่

Palio Khao Yai ตั้งอยู่ในเส้นถนนธนะรัชต์ถนนเส้นที่จะเดินทางไปเขาใหญ่ ใกล้ๆกับจุลดิศ หากมาจาก กรุงเทพ ก็ขับไปทางสระบุรี แล้วเลี้ยวขวาจนมาถึงบริเวณ ปากช่อง ก็สังเกตป้ายว่า ไปเขาใหญ่ จากนั้นขับ ไปเรื่อยๆสังเกต ทางด้านซ้ายก็จะเห็น ทางเข้า ปาลิโอ (Palio Khao Yai)

 
 
 
     

Primo Posto

วัตถุประสงค์หลักของร้าน ก็คือ ต้องการให้เป็น Community ของคนที่มีบ้านอยู่ในละแวกเขาใหญ่ รวมทั้ง สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไปที่มาเที่ยวในบริเวณเขาใหญ่ เพื่อให้เป็นที่พบปะสังสรรค์ ที่พักผ่อนสำหรับครอบครัว และสามารถมาจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ต่าง ๆ ได้ เช่น งานแต่งงาน งานวันเกิด เป็นต้น

นอกจากนี้ Primo Posto จะมีการจัด concept ของร้าน คือ ต้องการให้เหมือนบ้านของชาวบ้านในชนบทของอิตาลี โดยสีสันที่แตกต่างกันในแต่ ละห้อง ก็หมายถึง บ้านของแต่ละคน โดยในแต่ละห้อง ก็จะแบ่งออกเป็นร้านต่าง ๆ คือ ร้านกาแฟ ราคาของ กาแฟจะอยู่ที่ 80 บาท ขึ้นไป ร้านไวน์ ร้านไอศกรีม และร้านอาหาร โดยร้านอาหารจะเป็นสไตล์แบบ Home made หรือที่เรียกกันในอิตาลีว่าTrattoria จะอยู่ที่180-300 บาท แล้วแต่เมนู Service charge 10% ด้านนอกตึกก็จะมีมุมต่างๆให้เราถ่ายรูปและนั่งเล่นจิบกาแฟ หรือทานไอศกรีม ซึ่งมีให้เราเลือกนั่งได้แทบทุกจุด ของร้านไม่ว่าจะเป็นด้านหน้าร้าน หรือด้านหลังที่เป็นส่วนของไร่องุ่น หรือหากใครอยากเดินชมสวยที่ตกแต่งสไตล์์ ยุโรป ที่อยู่ด้านข้างของร้านก็ได้บรรยากาศดีไม่น้อย

ร้าน Primo Posto เปิดให้บริการ วันศุกร์ - อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ โดยเสียค่าคูปองเข้าร้าน 55 บาท ซึ่งคูปองดังกล่าวสามารถนำไปซื้อเครื่องดื่ม และไอศกรีมได้